บลัชออนทั้ง 3 แบบ เลือกใช้แบบไหนได้ผลลัพธ์ดีสุด

สาว ๆ หลายคนมีบลัชออนหลายแบบก็จริง แต่รู้รึเปล่าว่า บลัชออนแต่ละแบบก็ควรเลือกใช้ในสถานการณ์ที่ต่างกันนะ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนั่นเอง ดังนั้นวันนี้แอดมินเลยนำข้อดีของบลัชออนแต่ละแบบมาแชร์กัน


บลัชออนเนื้อฝุ่น

บลัชออนที่หลายคนคุ้นเคยมากที่สุด ก็คือบลัชออนแบบฝุ่น เพราะมีขายมากมายหลายรุ่น ทั้งแบบเนื้อแมตท์ เนื้อชิมเมอร์ เป็นบลัชออนที่สามารถปัดเติมได้ระหว่างวัน สาว ๆ มือใหม่หรือใครที่ไม่มีเวลาแต่งหน้ามาก จึงเหมาะกับการใช้บลัชออนเนื้อฝุ่นนี้ แต่บลัชออนเนื้อฝุ่นอาจจะไม่ค่อยติดทนนานมากนัก หากต้องการปัดไปทำกิจกรรมหนัก ๆ อย่างเล่นกีฬา เป็นต้น

บลัชออนเนื้อฝุ่นที่แนะนำ : Sheer Shimmer Blush, Mini Heart Blush On, Hey! Halo Sheer Shimmer Blsuh


บลัชออนเนื้อครีม

หากสาว ๆ มองหาบลัชออนที่ติดทนนาน คงหนีไม่พ้นบลัชออนแบบครีม เพราะจะให้พิกเมนต์สีที่แน่น และติดทนนาน จนไม่ต้องพกไปเติมระหว่างวัน วิธีใช้ก็ง่ายและไม่ต้องมีอุปกรณ์เยอะให้ยุ่งยาก เพียงแค่ใช้นิ้วมือเกลี่ยสีลงบนบริเวณที่ต้องการก็เป็นอันเสร็จ ใครที่อยากได้เมคอัพลุคแน่น ๆ จัดเต็ม ล่ะก็ ต้องมีบลัชออนเนื้อครีมติดบ้านไว้เลยนะ

Tips : สาว ๆ สามารถใช้ลิปสติกเนื้อครีม หรือเนื้อซาติน ทาแทนบลัชออนแบบครีมได้ เพราะผลลัพธ์จะคล้ายกันมากนั่นเอง

บลัชออนเนื้อครีมที่แนะนำ : Cream Blusher, Satin Matte Liquid Lip Mini


บลัชออนเนื้อน้ำ

สำหรับบลัชออนเนื้อน้ำแบบทิ้นต์ รวมถึงบลัชออนเนื้อเจล จะเน้นให้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด เพราะทาแล้วจะทำให้แก้มดูระเรื่อ ฉ่ำแบบสาวเกาหลี เหมาะสำหรับใช้นิ้วมือเกลี่ย แต่อาจต้องระวังเพราะบลัชออนแบบนี้จะแห้งไว ทำให้ต้องรีบเกลี่ยให้มากที่สุด ข้อดีของบลัชออนแบบน้ำก็คือ จะให้ลุคใสดูเป็นธรรมชาติเหมือนไม่ได้แต่งหน้า ได้งานผิวแบบเต็ม ๆ แถมยังติดทนนานตลอดวันถึงแม้จะเหงื่อเยอะก็ไม่ลบแน่นอน

บลัชออนเนื้อน้ำที่แนะนำ : Lip Poppin’ Tint, Gel Tint for lips & cheek

บลัชออนทั้ง 3 แบบ ต่างก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน สาว ๆ อย่าลืมพกติดบ้านไว้ และเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และลุคที่อยากได้นะ